เชียงใหม่ กิ่วแม่ปาน ต่ำสุดของฤดูหนาว 3 องศา ฯ นักท่องเที่ยวทะลุ 1.2 หมื่นคน

เชียงใหม่ กิ่วแม่ปาน ต่ำสุดของฤดูหนาว 3 องศา ฯ นักท่องเที่ยวทะลุ 1.2 หมื่นคน วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2563 สภาพอากาศเช้าวันนี้หนาวเย็นลง ในเมืองเชียงใหม่อุณหภูมิลดลง 16 -20 องศาฯ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดทำให้หลายพื้นที่อุณหภูมิลดลงโดยเฉพาะตามบนดอยสูงที่ต่ำกว่า 15 องศาฯ บางแห่งลดต่ำกว่า 10 องศาฯ คือที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ลดฮวบลงมาเช่นกัน จุดเช็คอินสัมผัสแสงแรกกิ่วแม่ปานวัดได้ 3 องศาฯ ส่วนยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 9 องศาฯ และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์วัดได้ 12 องศาฯ นับว่าเป็นอุณหภูมิที่ลดลงมาสุดในรอบหลังจากเข้าสู่ฤดูหนาวของไทย

อุณหภูมิดังกล่าว ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปเพื่อรอสัมผัสอากาศหนาวจัดหนาวสุดขั้ว ได้สมใจ ยอดสะสมของนักท่องเที่ยวจากเมื่อวานนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 12,570 คน และนักท่องเที่ยวขาวต่างชาติ จำนวน 58 คน ยอดสะสมรวมจำนวน 12,628 คน ยานพาหนะ 2,320 คัน เป็นอีกหนึ่งของจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุด หลังจากเปิดการท่องเที่ยววิถีใหม่ NewNormal เป็นช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องเช่นกัน

ส่วนเมื่อวานนี้นักท่องเที่ยวพากันเดินทางเข้าไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จำนวน 1,939 คน 504 กลุ่ม แบ่งประเภทเป็นชายไทย 865 ผู้หญิง 1,065 คน ชาวต่างชาติ(ผู้ชาย) 12 คน และผู้หญิง 7 คน ยอดสะสม ตั้งแต่เปิด 1 พฤศจิกายน 2563 มาจนถึงเมื่อวานนี้ จำนวน 21,029 คน

สนับสนุนโดย ufa

สถานที่ท่องเที่ยวจุดชมวิวมาแนะนำกัน “จุดชมวิวอุ้มหลอง ”

ช่วงวันหยุดยาวติดต่อหลายวัน มีสถานที่ท่องเที่ยวจุดชมวิวมาแนะนำกัน “จุดชมวิวอุ้มหลอง ” ที่อยู่ในระหว่าง เส้นทางขึ้นดอยม่อนจอง อำเภออมก๋อย สามารถชมวิวได้สองฝั่งเชียงใหม่และตาก จุดชมวิวอุ้มหลองตั้งอยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าอุ้มหลอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร โดยชื่อ “อุ้มหลอง” เป็นชื่อของลำห้วย ให้พื้นที่ เป็นจุดชมที่พิเศษที่ไม่ต้องเดินไกล สามารถชมพระอาทิตย์ ทะลหมอก ทิวเขาผืนป่า และชมดาวในยามค่ำคืน จากจุดชมวิว ที่จะมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน เห็นแนวแม่ปิง ของจังหวัดตาก อีกด้านจะมองฝั่งหมู่บ้านมูเซอปากทาง อยู่ห่างจากตัวอำเภออมก๋อย 60 กิโลเมตร ขับรถใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถ กางเต็นท์ค้างแรมได้

สนับสนุนโดย ufa

หนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์ เบิลท่อเสียงดังสร้างความรำคาญ เจ้าตัวยอมรับผิด

หนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์ เบิลท่อเสียงดังสร้างความรำคาญ เจ้าตัวยอมรับผิด เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤศจิกายน 2563 จากกรณีที่ช่วงค่ำคืนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ทางผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ความยาวประมาณ 13 วินาที เป็นคลิปชายหนุ่มขับขี่รถบิ๊กไบค์ บนถนนสาย เชียงใหม่-พร้าว บริเวณด้านหน้าเทศบาลเมืองแม่โจ้ ที่ชายวัยรุ่นภายในคลิปดังกล่าวได้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน จากการที่ทางเจ้าตัวขับขี่รถด้วยความเร็ว และประมาท อีกทั้งยังมีการเบิลท่อเสียงดังสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน จนกลายเป็นกระอาวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบ

ในเวลาต่อมา ช่วงสายเมื่อวานที่ผ่านมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้ จังหวัดชียงใหม่ โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.ณฐภณ แก้วกำเนิด ผู้กำกับสภ.แม่โจ้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดำเนินการติดตามหาตัวชายที่ปรากฎภายในคลิป จนกระทั่งทราบว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวคือ นายณัฐภพ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นนีกศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในย่านดังกล่าว พร้อมทั้งได้ติดตามพบรถจักรยานยนต์ของชายหนุ่มที่ขับขี่ในคลิป ก่อนที่จะได้ทำการตรวจยึดและนำตัวมาสอบสวน พร้อมกับเชิญผู้ปกครองของ นายณัฐภพ (สงวนนามสกุล) มาที่สภ.แม่โจ้ ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. วันเดียวกัน

ทั้งนี้จากการสอบถามทางด้าน นายณัฐภพ (สงวนนามสกุล) ได้เผยว่า ช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนได้ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวกลับจากการไปร่วมงานภายในมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ส่วนจากกรณีที่มีการขับขี่รถด้วยความเร็วและประมาทตามที่ปรากฎในคลิปวีดีโอนั้น เนื่องมาจากการถูกเพื่อนยุยง รวมทั้งความคึกคะนองของตัวเอง ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ตนก็ยืนยันว่าจะไม่กระทำการในลักษณะเช่นนี้อีก และอยากฝากขอโทษสังคมกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปด้วย เนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่ทราบว่าการกระทำครั้งนี้จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวบ้านในระแวกดังกล่าว

สนับสนุนโดย ufabet

อดีตร.ต.ท.น้อยใจภรรยา ปล่อยให้เจ็บป่วย ใช้ปืนคู่กายจ่อขมับตัวเองดับ

อดีตร.ต.ท.น้อยใจภรรยา ปล่อยให้เจ็บป่วย ใช้ปืนคู่กายจ่อขมับตัวเองดับ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 พ.ต.ท.สรวิศฐ์ คิดดี สารวัตรสอบสวน สภ.ลอง จังหวัดแพร่ ปฎิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนประจำวัน สภ.ลอง รับแจ้งเหตุมีคนยิงตัวเองตายที่บ้านสวน บ้านนาสาร หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.บำรุง น้อมเศียร ผู้กำกับสภ.ลองทราบและรุดไปที่เกิดเหตุร่วมกับแพทย์เวร โรงพยาบาลลอง และ หน่วยกู้ภัยลอง ตำรวจสาบตรวจ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลิงจำนวนหลายนาย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านสวนไม่มีเลขที่ ภายในห้องนอนในบ้าน พบร่าง ร.ต.ท.บุญเลิศ (สงวนนามสกุล) อดีตตำรวจ สภ.แห่ง หนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ใช้อาวุธปืน .38 จ่อยิงตัวเองตายบนที่นอน สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขายาวลายพราง โดยลักษณะมือขวา ถือปืน .38 อยู่ในมือ มีเลือดเต็มที่นอน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย ในที่้เกิดเหตุพบรูปผู้ตาย และรูปแม่วางบนหัวที่นอน จากการตรวจสอบพบว่า ร่างกายเเข็งแล้ว สันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง พบรอยกระสุนปืนที่ขมับขวา แต่ไม่มีรอยทะลุ แพทย์เวร จึงได้ให้กู้ภัยลองนำศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลลอง

จากการให้การของนายจันทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี พี่ภรรยาผู้ตาย บ้านนาสารหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านปิน ที่อยู่ติดกัน ให้การว่าผู้ตายลาออกจากราชการมาหลายปี เพื่อมาอยู่กับภรรยาที่บ้านนาสาร แต่เนื่องจากภรรยาต้องทำงานต่างจังหวัด จึงต้องอยู่คนเดียว โดยเดินทางไปหาภรรยาเป็นระยะๆ เมื่อวานตอนเย็นยังเห็นกันอยู่ เช้านี้ตนเอง ออกบ้านมาไม่เจอตัวแก เห็นว่าผิดปกติจึงได้ขึ้นไปปลุก ก็พบว่าจ่อยิงตัวเองตายกลายเป็นศพแล้ว

สนับสนุนโดย ufa

จักรยานยนต์ชนกันสนั่น คนขี่ซึ่งเป็นชายต่างวัย เจ็บตัวทั้งสองฝ่าย

จักรยานยนต์ชนกันสนั่น คนขี่ซึ่งเป็นชายต่างวัย เจ็บตัวทั้งสองฝ่าย เมื่อวันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 08.43 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองทางโทรศัพท์ว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีคนได้รับบาดเจ็บหลายรายในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านไดนาโม บ้านหล่ายฮ่องปุ๊ ตำบลสบปราบ เบื้องต้นจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางจุดสบปราบ ออกให้การช่วยเหลือ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ จะรุดไปตรวจสอบ

โดยที่เกิดเหตุพบมีคนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย รายแรกเป็นชาย อายุประมาณ 50 – 60 ปี (ไม่ทราบชื่อ ) เบื้องต้นอาการไม่รู้สึกตัว มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลก่อนรีบนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลสบปราบ ส่วนรถคู่กรณีคนเจ็บเป็นชาย อายุประมาณ อายุ 15 ปี มีบ้านพักอาศัยในบ้านหมู่ที่ 5 ตำบลนายาง อำเภอสบปราบ เบื้องต้นรู้สึกตัวดี มีบาดแผลฉีกเลือดไหลที่หัวเข่าต้นขาด้านซ้าย รวมทั้งตามร่างกายมีแผลถลอก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลต่อ ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบเจ้าของพื้นที่จะได้สอบสวนพยานแวดล้อมใกล้เคียงหรือพยานที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป

สนับสนุนโดย ufabet

ตรวจโรงงานในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หาผู้ป่วยโรคโควิด-19

ตรวจโรงงานในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หาผู้ป่วยโรคโควิด-19 เมื่อวันอังคาร ที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นายชัยพฤกติ์ เชียร ธานรักษ์ นายอำเภอแม่สอด ได้สั่งการให้ นายภัทรดนัย อุทัยรัตน์ ปลัดหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง นายธวัชชัย อ่อนสาร ปลัดงานป้องกัน นางสาวศิริพร สอนไว ปลัดกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมด้วย สมาชิก อาสาสมัครอำเภอแม่สอด ที่ 3 บูรณาการกำลังร่วมกับ โรงพยาบาลแม่สอด ฉก.ร.4 ชป.จัดหางาน จังหวัดตาก ตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่ ที่มีการจ้างแรงงานเมียนมาโดยตรวจวัดคัดกรองโรคแรงงาน และตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กำชับให้มีการดำเนินมาตรการทางด้านสาธารณสุข และตรวจสอบการจ้างแรงงานที่ไม่ถูกต้อง จำนวน 4 โรงงาน ดังนี้

1. โรงงานเย็บผ้าสมหมาย หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด มีแรงงานเมียนมา จำนวน 12 ราย
2. โรงงานเย็บผ้าชูศรี หมู่ที่ 2 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด มีแรงงานเมียนมา จำนวน 13 ราย
3. บริษัทอุดมเดช ซัพพลาย จำกัด หมู่ที่ 6 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด มีแรงงานเมียนมา จำนวน 326 ราย
4. บริษัทไท ซ่ง เฮงจำกัด หมูที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด มีแรงงานเมียนมา จำนวน 269 ราย

สนับสนุนโดย ufa

นักศึกษา ราษฎร์ภัฏเชียงราย นัดชุมนุมเรียกร้องให้มีการออกมารับผิดชอบ

นักศึกษา ราษฎร์ภัฏเชียงราย นัดชุมนุมเรียกร้องให้มีการออกมารับผิดชอบ เมื่อวันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 20.00 น. ที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลับราชภัฏเชียงราย กลุ่มนิวเจนเชียงราย และกลุ่มเชียงรายปลอดแอก ได้รวมตัวกันภายใต้ชื่อกลุ่ม ราษฎร์ภัฏเชียงราย นำโดยนางสาวสุปรียา ใจแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ สำนักวิชาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยลัยราชภัฏเชียงราย โดยมีผู้ที่เข้าร่วมประมาณ 100 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงโดยการนักรวมกลุ่มกันในวันนี้เป็นการรวมกลุ่มกันแบบกระชั้นชิด เพื่อเป็นการเรียกร้องให้ผู้ทีสั่งการในการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุมที่ชุมนุมกันอย่างสงบ โดยไม่มีอาวุธที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภา

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมาปราศรัย พร้อมทั้งมีการนำรูปภาพของ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาวางไว้และจุดธูปสาปส่ง โดยมีการทำพิธีสาปส่งแบบล้านนา และยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 3 นาที จากนั้นได้มีการแถลงการณ์ถึงการเรียกร้องให้ผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการให้ใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยางกับผู้ชุมนุมโดยกล่าวหาว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ เพราะผู้ชุนนุมไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันไปโดยสงบ

สนับสนุนโดย ufabet

เทศบาลตำบลท่าศาลา ชาวบ้านหอบขยะแลกฝัน เปลี่ยนขยะเป็นของใช้

เทศบาลตำบลท่าศาลา ชาวบ้านหอบขยะแลกฝัน เปลี่ยนขยะเป็นของใช้ วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ประชาชนจากหลายหมู่บ้านใน ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พากันนำขยะจากครัวเรือนของตัวเอง ไปยังที่ทำการ เทศบาลตำบลท่าศาลา เข้าคิวคัดแยกประเภทและชั่งน้ำหนัก แลกเป็นปุ๋ยหมักรักษ์โลก นำไปใช้ปลูกและบำรุงดินกับแปลงพืชผักสวนครัวของตัวเอง ช่วยลดปริมาณขยะในบ้าน แถมยังไม่ต้อง เสียเงินซื้อปุ๋ยมาใช้เอง ช่วยลดต้นทุนประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

สำหรับขยะที่นำไปแลกปุ๋ย ส่วนใหญ่เป็นขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม กล่องกระดาษ รวมไปถึงเศษใบไม้และวัชพืชต่าง ๆ ขยะแต่ละประเภทจะได้ราคาที่แตกต่างกันออกไป แพงที่สุดก็คือกระป๋องอลูมิเนียม ได้ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งชาวบ้านจะได้ปุ๋ยกลับบ้านตามราคาที่ขายได้

นายศิริพัฒน์ กาวิละ นายกเทศบาลตำบลท่าศาลา กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายในการลดปริมาณขยะในชุมชน ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่าขยะจำนวนไม่น้อยที่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำโรค ปัญหาน้ำเสีย กลิ่นเหม็นจากการเผาขยะ และเหตุรำคาญต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่หลังจากเริ่มโครงการนี้มาได้ พบว่าได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทำให้ชาวบ้านได้ปุ๋ยกลับไปใช้พร้อม ๆ กับลดปริมาณขยะในบ้าน รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วม และสร้างความตระหนักให้กับชุมชนไปพร้อมกัน โดยพบว่าปริมาณการจัดเก็บขยะในครัวเรือนในรอบปีที่ผ่านลดลงไปกว่าครึ่ง

สนับสนุนโดย ufa

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์”

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์ – ราชาแห่งฝนดาวตก” หลังเที่ยงคืนวันอังคาร ที่ 17 พฤศจิกายน 2563 จนถึงรุ่งเช้าวันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน 2563 อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 15 ดวงต่อชั่วโมง ช่วงดังกล่าวปราศจากแสงจันทร์รบกวน สามาารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสิงโต แนะชมในที่มืดสนิทจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยว่า “ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ของทุกปีสำหรับปีนี้จะสังเกตได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันอังคาร ที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณใกล้กลุ่มดาวสิงโต ในคืนดังกล่าวไร้แสงจันทร์รบกวน สามารถชมได้ตลอดทั้งคืน อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10 – 15 ดวงต่อชั่วโมง เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด ผู้สนใจสามารถรอชมความสวยงามของปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ได้ในคืนดังกล่าว

ฝนดาวตกลีโอนิดส์ เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55 พี เทมเพล – ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวหางตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวหางเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ทิศทางวงโคจรของฝนดาวตกลีโอนิดส์สวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ความเร็วของเม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วค่อนข้างมาก ด้วยความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที ฝนดาวตกลีโอนิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จึงได้รับการขนานนามว่า “ราชาแห่งฝนดาวตก”

สนับสนุนโดย ufabet

กิจกรรมประชาสัมพันธ์ “Chiang Mai Creative Mind 2020”

เมื่อวันเสาร์ ที่ 14 พฤศภาคม 2563 ณ ลานกิจกรรมวันนิมมาน กฎบัตรเชียงใหม่ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การจัดโครงการ Chiang Mai Creative Mind 2020 : Chiang Mai Creative Fashion & Lifestyle เสาร์ 21 พฤศจิกายน 2563 นี้ ที่สะพานขัวเหล็ก รันเวย์แฟชั่นโชว์ กว่า 97 เมตร

อาจารย์ดรณ์ สุทธิภิบาล อาจารย์คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หัวหน้าคณะนักวิจัยกฎบัตรเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การเกิดวิกกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม และความเป็นอยู่กับทุกประเทศเป็นระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงถ้าเรามองของเชียงใหม่เรื่องของเศรษฐกิจก็ฝากอยู่กับการท่องเที่ยวส่วนหนึ่ง พอเกิดปัญหาช่วงที่หายไประยะหนึ่ง พอโควิดเริ่มจะคลี่คลายขึ้นมาเราต้องการฟื้น เชียงใหม่ เองก็เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีการปฏิบัติ ความเป็นพื้นเมืองเรามีเอกลักษณ์มาก เพราะฉะนั้นการที่เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิดก็มีหลายวิธี

แต่อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของเชียงใหม่ก็ไม่ได้จางหายจากใจใคร จึงเกิดแนวคิดผ่านเครือข่ายพัฒนาเมือง โดยมีคณะกรรมการกฎบัตรเชียงใหม่ และคณะกรรมการกฎบัตรแห่งชาติ ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ “การพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ในการพัฒนาเมืองโดยออกแบบเมืองอย่างชาญฉลาด เพื่อยกระดับทางเศรษฐกิจและสังคม” ได้ผลักดันโครงการ Chiang Mai Creative Mind 2020 ซึ่งมีกิจกรรมย่อยหลายโครงการ เช่น โครงการส่งเสริมเมืองผ่านงานศิลปะ ที่ผ่านมา ได้จัด งาน Music on street งานถนนดนตรี “ภูเขาและสายน้ำ” กาดบ้านฮ่อ และงานถนนดนตรี ชุมชนล่ามช้าง ซึ่งได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

สนับสนุนโดย ufa